เมื่อเทคโนโลยีต้องเดินไปพร้อม “ความเข้าใจคน” | มุมมองผู้นำหญิงในองค์กร Tech
บทสนทนา คุณพรพิมล นนท์โสภา ผู้บริหารหญิงหนึ่งเดียวใน วันทูออล (1-To-All)
ในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว บทบาทของผู้นำไม่ได้มีเพียงการผลักดันองค์กรให้ก้าวทันนวัตกรรม หากยังต้องเข้าใจ “มนุษย์” ที่อยู่เบื้องหลังระบบเหล่านั้นด้วย
เนื่องในโอกาส วันสตรีสากล (International Women's Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี เราได้พูดคุยกับ คุณหนิง พรพิมล นนท์โสภา Chief of Staff & CFO ผู้บริหารหญิงหนึ่งเดียวของวันทูออล ถึงมุมมองการนำทีมในบริษัทเทคโนโลยี การบริหารคนต่างเจเนอเรชัน และการสร้างสมดุลระหว่างบทบาทผู้นำกับชีวิตครอบครัว
บทสนทนานี้สะท้อนแนวคิดที่น่าสนใจว่า
“เทคโนโลยีอาจทำให้การทำงานเร็วขึ้น แต่ความเข้าใจคนคือสิ่งที่ทำให้องค์กรเดินไปได้ไกลกว่าเดิม”
เมื่อเทคโนโลยีต้องทำงานร่วมกับ “ความสัมพันธ์”
แม้จะอยู่ในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล แต่สำหรับ คุณหนิง เทคโนโลยีไม่ควรถูกมองว่าเป็นคำตอบของทุกอย่าง
“ข้อดีของเทคโนโลยีคือ มันช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เราต้องรู้จักผสมผสานมันกับ Relationship ของคนในองค์กรด้วย”
ในอดีตการสื่อสารและมอบหมานงานภายในองค์กรอาจเกิดจากหลายช่องทาง เช่น การส่งอีเมล การแจ้งผ่านหัวหน้างาน และอื่นๆ แต่ในปัจจุบันเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกัน หรือการสื่อสารแบบเรียลไทม์ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทีมเห็นภาพเดียวกัน การสร้าง Task สั่งงานสั้น ๆ พร้อมระบุผู้รับผิดชอบ ช่วยให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น เห็นข้อมูลร่วมกัน ลดความสับสน และทำให้การวางแผนงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญสามารถติดตามความคืบหน้าของงานได้ทันที
**“เมื่อทุกอย่างอยู่บนระบบเดียวกัน มันทำให้คนในองค์กรเห็นภาพเดียวกัน และทำงานง่ายขึ้นมาก” **
ความท้าทายขององค์กรที่มี “หลายเจเนอเรชัน”
ในมุมของการบริหารคน คุณหนิงมองว่า ความท้าทายสำคัญขององค์กรยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการทำให้คนหลายรุ่นทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
“คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยน่าห่วง เพราะเขาชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่แล้ว แต่คนรุ่นเก่าบางครั้งจะรู้สึกว่า วิธีเดิมก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องเปลี่ยน”
บทบาทของผู้นำจึงไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือใหม่เข้ามาใช้ แต่ต้องช่วยให้ทีม เปิดใจได้ทดลองใช้งานระบบใหม่ๆ และเมื่อเริ่มได้ทดลองใช้งานจริง หลายคนจึงพบว่าระบบใหม่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นกว่าเดิม มีประสิทธิภาพมากขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น
“เราจะบอกทีมเสมอว่า เราไม่มีทางอยู่กับเวอร์ชันเดิมตลอดไป แต่่เรา่ต้องอัปเกรดอยู่เรื่อย ๆ”
แม้แต่เทคโนโลยี AI คุณหนิงก็สนับสนุนให้พนักงานทดลองใช้ เพราะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงการเรียบเรียงเนื้อหาให้สื่อสารได้ดีขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีทำงาน แต่ยังสามารถนำมาใช้กับวิถีชีวิตของเราได้ในหลายมิติ
ผู้นำที่ดีต้อง “กล้านำ” และ “เข้าใจคน”
เมื่อถามถึงนิยามของคำว่า “Leader” คุณหนิงตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ผู้นำก็คือคนที่ต้อง ‘นำ’ คนอื่น ต้องกล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล”
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำที่ดีต้องมี Empathy หรือความเข้าใจต่อทีมงานด้วย โดยเธอยอมรับว่า การบริหารทีมในแบบของเธอยังคงมีความเป็นไทยอยู่ นั่นคือการทำงานในบรรยากาศแบบพี่น้องและครอบครัว
“ถ้าเราได้ใจทีม เขาจะไม่ได้ทำงานเพราะถูกสั่ง แต่เขาจะทำเพราะอยากทำให้ทีมประสบความสำเร็จ”
ความแตกต่างระหว่างการทำงานเพราะ “คำสั่ง” กับการทำงานเพราะ “ใจ” อาจเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ในโลกของการบริหารทีม ผลลัพธ์ที่ได้กลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน
เมื่อบทบาทผู้นำต้องสมดุลกับบทบาท “คุณแม่”
นอกจากบทบาทผู้บริหาร คุณหนิงยังเป็นคุณแม่ ลูก 3 คน ซึ่งอยู่ในวัยที่แตกต่างกัน เคล็ดลับสำคัญของเธอคือ การวางแผน
เมื่ออยู่ที่ออฟฟิศ เธอจะทุ่มเทกับงานเต็มที่ แต่เมื่อกลับบ้าน เธอจะวางบทบาทผู้บริหารลง และกลับไปทำหน้าที่ของแม่อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกเข้านอน เล่านิทาน หรือใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว
“เราให้ความสำคัญกับการวางแผน ตั้งแต่เรื่องงานไปจนถึงตารางชีวิตของลูก ๆ”
สำหรับผู้นำหญิงคนนี้ การมีเวลาอยู่กับครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด
ข้อคิด สำหรับผู้หญิงในโลกการทำงาน
ในช่วงท้ายของบทสนทนา คุณหนิงได้ฝากข้อคิดถึงผู้หญิงวัยทำงาน
“จงตั้งใจและลงมือทำตามบทบาทหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเราทำเต็มที่ เราจะมีความสุข”
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ย้ำว่า อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว คนที่เรารัก และผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เป็นกำลังใจสำคัญของชีวิต
เพราะสำหรับเธอแล้ว ความสำเร็จในชีวิตไม่ใช่แค่ตำแหน่งหรือผลงาน แต่คือการได้ดูแลคนสำคัญในวันที่พวกเขาต้องการเรามากที่สุด
ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้นำที่แท้จริงอาจไม่ใช่คนที่เข้าใจระบบมากที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจผู้คน และสามารถใช้เทคโนโลยี เพื่อพาองค์กรและทีมงานเติบโตไปพร้อมกัน
3 มุมมองผู้นำจากคุณพรพิมล นนท์โสภา
เทคโนโลยีต้องทำงานควบคู่กับความเข้าใจคน
การบริหารคนต่างเจเนอเรชัน ต้องใช้เวลาและการเปิดใจทดลอง
ผู้นำที่ดีต้องกล้าตัดสินใจ แต่ก็ต้องมี Empathy ต่อทีมงาน